เมือง Shima จังหวัด Mie
ชมอ่าว Ago จากจุดชมวิว Yokoyama ไล่สายตาตามเวิ้งน้ำ พร้อมชิมของเย็นๆ
ซอฟต์ครีมในฤดูใบไม้ผลิ ลมในฤดูร้อน เมฆเกล็ดปลาในฤดูใบไม้ร่วง และทะเลที่ไกลสุดสายตาในฤดูหนาว ถึงจะมาระเบียงเดิม แต่เหตุผลที่ทำให้ฉันหยุดมองกลับต่างกันไปนิดหน่อยนะ เริ่มจากฤดูที่คุณสนใจ แล้วมาอ่านช่วงเวลาที่ฉันหยุดชมอ่าวกัน
ฤดูใบไม้ผลิมียอดอ่อนกับของเย็นๆ ให้ชิม ฤดูร้อนมีลมจากอ่าวหลังเดินพ้นร่มไม้ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีทั้งป่าที่ยังคงเขียวและท้องฟ้าสูงโปร่ง ขณะที่ฤดูหนาวทำให้ฉันสนใจเส้นขอบฟ้าที่เห็นชัดเป็นพิเศษ ทริปแวะครั้งหน้า ฉันจะเลือกชมวิวแบบไหนดีนะ
ฤดูใบไม้ผลิบ่ายวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม
อยากมองดูทางน้ำสายนั้นอีกครั้ง
ฉันจอดรถแล้วเดินตามทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว Yokoyama ไปยังระเบียงคาเฟ่ Tenkū ระยะทาง 0.6 km ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ได้ยินมาว่าฤดูใบไม้ผลิที่ Yokoyama เป็นช่วงที่ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปีผลัดใบเก่าออกแล้วแตกยอดอ่อน พอเงยหน้ามอง ใบอ่อนที่ปลายกิ่งของ Tabunoki กับ Yamamomo กำลังรับแสงจนดูนุ่มนวล ข้างทางยังมีดอก Kobano-mitsuba-tsutsuji บานอยู่ ส่วนเสียงร้องของนก Mejiro กับเสียงจักจั่น Haruzemi ก็ดังมาจากในป่า
บ่ายวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ฉันขึ้นไปบนระเบียงของจุดชมวิว Yokoyama มองออกไปจากพื้นไม้ก็เห็นผืนน้ำของอ่าว Ago แยกเป็นช่วงๆ ฉันเคยคิดว่าทะเลต้องแผ่กว้างเป็นผืนเดียว แต่ที่นี่กลับเหมือนสายน้ำคดเคี้ยวผ่านช่องระหว่างป่า ตรงไหนเป็นเกาะ แล้วตรงไหนยังเชื่อมกับแผ่นดินอยู่นะ ฉันเริ่มจากเวิ้งน้ำตรงหน้าแล้วค่อยๆ ไล่สายตาออกไปไกล
ฉันพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น แล้วขยับซอฟต์ครีมที่ถืออยู่มาใกล้ปาก ซอฟต์ครีมสีชมพูกับสีขาวม้วนซ้อนกันอยู่ พอชิมส่วนปลายนุ่มๆ ไปคำหนึ่ง ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นตามด้วยรสสดชื่น วิวตรงหน้าทำให้ฉันเพลินจนลืมไปเลย แต่ตอนนี้ก็อยากค่อยๆ ลิ้มรสของตรงหน้าเหมือนกัน
เพื่อนที่มาขับรถเที่ยวด้วยกันชี้ไปยังผืนน้ำอีกฝั่งแล้วถามว่า “ตรงนั้นก็เชื่อมถึงกันหรือเปล่านะ” ฉันมองไปทางเดียวกัน แล้วลองหาบริเวณที่ถูกต้นไม้ใกล้ๆ บังไว้ ตรงนั้นไม่ใช่เวิ้งน้ำที่ฉันเพิ่งไล่สายตาดูเมื่อกี้ พอมองตามจุดที่เพื่อนเจอ ก็เห็นว่ายังมีรูปทรงอีกตั้งหลายแบบซ่อนอยู่ในวิวกว้างตรงหน้า
ฉันสังเกตเห็นเงาสี่เหลี่ยมหลายอันเรียงกันอยู่เลยผืนน้ำที่เพื่อนชี้ให้ดูไปอีก ได้ยินมาว่าในอ่าว Ago มีแพเลี้ยงหอยมุก และมองเห็นแนวแพจากจุดชมวิวได้ด้วย พอรู้ว่าในอ่าวที่ฉันเคยมองเป็นแค่วิวมีไข่มุกกำลังเติบโตอยู่ ผืนน้ำแต่ละช่วงก็ดูพิเศษขึ้นมานิดหนึ่ง ฉันเล่าให้เพื่อนฟัง แล้วเพื่อนก็ชะโงกตัวมาถามว่า “นั่นเป็นแพเลี้ยงหอยมุกทั้งหมดเลยเหรอ”
ฉันจับซอฟต์ครีมให้ตรงอีกครั้ง แล้วยืนพักหายใจอยู่ด้านในราวกันตก เงาของต้นไม้ทอดลงบนพื้นไม้ใต้เท้า เมื่อกี้ฉันเอาแต่มองอ่าวไกลๆ แต่ตรงปลายเท้า เงาใบไม้ของฤดูใบไม้ผลิก็กำลังไหวอยู่ ฉันมองเงาที่ขยับไปตามลมแล้วกินอีกคำ จากนั้นก็สลับมองวิวไกลๆ กับพื้นระเบียงที่ยืนอยู่ตรงนี้อย่างเพลินๆ
กินหมดแล้วฉันก็ลองเดินไปที่ระเบียง Komorebi กับเพื่อน จากระเบียงคาเฟ่ Tenkū ใช้เวลาเดินประมาณ 1 นาที มีต้น Keyaki กับ Sudajii ช่วยให้ร่มเงา อ่าว Ago ที่มองผ่านกิ่งไม้มีแนวเวิ้งน้ำต่างจากที่เห็นบนระเบียงเมื่อกี้นิดหน่อย ฉันกับเพื่อนเลยช่วยกันหาว่า “เมื่อกี้ทางน้ำอยู่ตรงไหนนะ”
กินหมดแล้วฉันกับเพื่อนยังยืนชมอ่าวกันต่ออีกพักหนึ่ง แค่ขยับตำแหน่งมองนิดเดียว เวิ้งน้ำเดิมกลับดูต่างไปได้ขนาดนี้เลย ถึงจะเป็นจุดชมวิวที่ขับรถมาถึงได้ แต่การเดินเปลี่ยนมุมมองก็สนุกเหมือนกันนะ ก่อนกลับฉันอยากเลือกจุดชมวิวอีกแห่ง เลยไล่สายตาตามรูปทรงของผืนน้ำตรงหน้าอีกครั้ง พยายามจำภาพนั้นไว้
ฤดูร้อนเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ราว 14:00 ในวันที่ฟ้าแจ่มใส
ยังเอามือกดผมไว้ รอลมพัดมา
ฉันเดินผ่านทางเดินร่มไม้แล้วออกมาบนระเบียงของจุดชมวิว Yokoyama เสียงจักจั่นที่ได้ยินอยู่ระหว่างต้นไม้ยังดังต่อเนื่องแม้อยู่ใต้ท้องฟ้ากว้าง ฉันถือขวดน้ำเดินมา พอเห็นอ่าว Ago พ้นแนวป่าก็เผลอหยุดเดินไปเลย ตอนแดดบ่ายกำลังแรง ฉันได้แต่คิดว่าถ้ามีลมจากทะเลพัดมาคงดี
ได้ยินว่าต้น Nemunoki ออกดอกในฤดูร้อนแถวระเบียงคาเฟ่ Tenkū ฉันเงยหน้ามองหาตามกิ่ง แล้วก็เห็นดอกนุ่มฟูคล้ายเส้นไหมโผล่พ้นใบไม้ลงมา แมลงปอตัวใหญ่พุ่งผ่านใกล้เท้า ฉันเลยหยุดมองโดยไม่รู้ตัว นั่น Oniyanma หรือเปล่านะ ป่าที่ Yokoyama ในฤดูร้อนมีทั้งดอกไม้และแมลงให้ค้นพบเยอะเลย
กำลังคิดอยู่ ลมก็พัดมาจนผมไหว ฉันใช้มือข้างหนึ่งกดผมที่ข้างหูไว้ ส่วนขวดน้ำก็ยังห้อยอยู่ในมืออีกข้าง ถึงจะใส่เสื้อลายตารางสีฟ้ากับกางเกงขาสั้นสีขาวมา แต่พอเดินพ้นร่มไม้แล้วได้ลมแบบนี้ รู้สึกสบายจริงๆ เท้าที่ตั้งใจจะก้าวต่อเลยหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น
พอมองข้ามคาบสมุทรตรงหน้าไป ก็ยังเห็นผืนน้ำอยู่ลึกเข้าไปอีก พอฉันเลื่อนสายตาจากเวิ้งน้ำใกล้ๆ ออกไปไกล ก็รู้สึกว่าท้องฟ้ากว้างขึ้นมาก ทั้งที่ยืนอยู่บนพื้นไม้ แต่กลับเหมือนได้ออกมายืนใกล้ทะเล แม้สายลมจะพัดผ่านเส้นผมไปแล้ว ฉันก็ยังละสายตาจากวิวที่อยู่ไกลออกไปไม่ได้
ผ่านไปสักพัก ฉันขยับขวดน้ำในมือแล้วเพิ่งนึกได้ว่ามีเครื่องดื่มอยู่ด้วย มัวแต่ชมวิวจนลืมไปเลยนี่นา ฉันจิบหนึ่งอึกแล้วมองป่ากับอ่าวอีกครั้ง นึกว่าจะมองได้สบายๆ กว่าเมื่อกี้ แต่คราวนี้กลับมัวสนใจต้นไม้ที่ไหวอยู่หลังราวกันตก
ฤดูร้อนที่ Yokoyama ไม่ได้มีแค่ทะเลไกลๆ แต่ยังได้เพลินกับเสียงและสายลมไปพร้อมกันด้วยนะ กำลังจะหันตัวกลับอยู่แล้ว จู่ๆ ผมก็ปลิวไหวอีกครั้ง ฉันยกมือแตะตรงที่กดไว้เมื่อกี้ แล้วขอเวลาอยู่ชมวิวต่ออีกนิด ยังอยากยืนรับลมตรงนี้อีกหน่อย
ก่อนออกจากระเบียง ฉันไปพักที่ม้านั่งบนระเบียง Komorebi วางขวดน้ำไว้บนเคาน์เตอร์ใต้ร่มเงาของต้น Keyaki กับ Sudajii แล้วมองอ่าวที่ฉันยืนรับลมอยู่เมื่อกี้อีกครั้ง อ่าวที่เห็นผ่านเงาใบไม้ดูนุ่มนวลกว่าตอนอยู่บนระเบียงกลางแดดนิดหน่อย
ได้ยินว่าเส้นทางเดินวนรอบ Yokoyama ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที วันนี้ฉันเดินแค่ถึงจุดชมวิว แต่คราวหน้าอยากมาตอนเช้าที่ยังเย็นสบาย แล้วลองเดินให้ครบสักรอบ ไว้กลับมาเดินตามทางเดินใต้ร่มไม้อีกนะ พอเดินไปพลางนึกถึงอ่าวที่เห็นกลางแดด ช่วงที่เดินผ่านต้นไม้ก็พลอยน่าเพลิดเพลินขึ้นมา ก่อนกลับไปที่รถ ครั้งนี้อยากแวะพักกินซอฟต์ครีมที่ Mirador Shima สักหน่อย พอได้ชิมของเย็นๆ แล้วคงนึกถึงสายลมเมื่อกี้ขึ้นมาแน่เลย
ฤดูใบไม้ร่วงช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ราว 15:00
ถ่ายเสร็จแล้ว แต่ยังเก็บมือถือไม่ลง
บ่ายวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ฉันมาถึงจุดชมวิว Yokoyama แล้วก็สังเกตว่าป่ายังมีต้นไม้เขียวอยู่มาก มีใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ประปราย และด้านหลังเป็นอ่าว Ago ที่แผ่กว้าง ฉันเคยคิดว่าฤดูใบไม้ร่วงต้องมองใบไม้เป็นหลัก แต่ที่นี่กลับทำให้อยากเงยหน้ามองฟ้าด้วย เมฆเกล็ดปลาผืนเล็กๆ เรียงต่อกันยาวเหนืออ่าว
ฉันอยากถ่ายทั้งท้องฟ้ากับเวิ้งน้ำไว้ด้วยกัน เลยหยิบมือถือขึ้นมา จะเก็บคาบสมุทรด้านหน้าเข้าไปในภาพด้วยดี หรือเปิดพื้นที่ให้เมฆมากกว่านะ ฉันยืนนิ่งแล้วค่อยๆ เปลี่ยนมุมถือมือถือไปทีละนิด ตอนมองวิว ทุกอย่างอยู่ตรงหน้า แต่พอจะเก็บลงในภาพกลับอยากคิดให้ดีว่าอยากเหลืออะไรไว้บ้าง
พอถ่ายเสร็จแล้วลดมือที่ถือมือถือให้ต่ำกว่าหน้าอก ฉันก็ดีใจที่วิวไม่ได้จบลงแค่ในกรอบจอ พอเงยหน้าขึ้น เมฆยังทอดยาวไปไกลกว่าที่ฉันถ่ายติดไว้มาก ปกเสื้อฮู้ดที่สวมไว้ใต้แจ็กเก็ตสีครีมแตะอยู่ตรงคอ ขณะที่ฉันมองข้ามอ่าวออกไปแบบนั้น ตั้งใจว่าจะกลับมาดูรูป แต่ตอนนี้อยากมองของจริงตรงหน้ามากกว่า
เขาว่าฤดูใบไม้ร่วงที่ Yokoyama มาช้า เพราะกระแสน้ำอุ่น Kuroshio ทำให้อากาศอบอุ่น นั่นคงเป็นเหตุผลที่แม้แต่เดือนพฤศจิกายน ป่าก็ยังมีต้นไม้เขียวอยู่มาก พอรู้ว่าสีเขียวในจอมือถือไม่ได้ถ่ายออกมาเพี้ยน แต่เป็นภาพของฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จริงๆ ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมา
จากนั้นฉันขึ้นไปชั้น 2 ของอาคารพักชมวิว แล้วมองอ่าวเดิมอีกครั้งจากพื้นที่ชมวิวกึ่งกลางแจ้ง แค่ระดับความสูงเปลี่ยนไปนิดเดียว ก็เห็นผืนน้ำทอดต่อเข้าไปถึงด้านในของเวิ้งอ่าว คราวนี้ฉันไม่หยิบมือถือออกมา แต่อาศัยสายตาจำมุมที่ต่างจากรูปเมื่อกี้ไว้ ลมเริ่มเย็นขึ้นนิดหน่อย ฉันจึงขยับเสื้อแจ็กเก็ตให้ปิดเข้าหากัน
พอก้มมองพื้น เงาของฉันก็ทอดยาวอยู่บนระเบียง ฉันมองเงาที่ยาวต่อจากปลายรองเท้าบูตสีดำ แล้วเพิ่งรู้ว่าบ่ายล่วงเลยไปมากแล้ว เมื่อกี้เอาแต่มองอ่าว ตอนนี้กลับอยากจำทิศทางของแสงไว้ด้วย ฉันคิดว่าจะถ่ายอีกสักรูป แต่ก่อนจะทำอย่างนั้นก็เงยหน้ามองฟ้าอีกครั้ง
ระหว่างทางกลับ มีลูกโอ๊กหลายรูปทรงตกอยู่ตามพื้น ทั้งแบบยาวเรียวและแบบกลมป้อม ได้ยินมาว่าเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ลูกโอ๊กจากต้นไม้หลายชนิดจะร่วงลงมาตามทาง ตอนขาไปฉันมัวแต่มองขึ้นไปเลยไม่ทันเห็น แต่พอเดินกลับก็สังเกตเห็นสิ่งต่างๆ ทีละอย่าง คราวหน้าอยากไปถามที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวว่าลูกโอ๊กแต่ละแบบมาจากต้นไหน
พอถึงเวลาจะเก็บมือถือ ฉันกลับนึกถึงเวลาที่ใช้ชมวิวมากกว่าจำนวนรูปที่ถ่ายไว้ ถ้าคราวหน้ามาเร็วกว่านี้สักหน่อย เงาบนระเบียงจะเป็นแบบไหนนะ ถ้าจะแวะพัก ฉันก็สนใจเบเกิลของ Mirador Shima เหมือนกัน วันนี้อยากเก็บทั้งรูปที่ถ่ายและช่วงเวลาที่ลังเลเลือกมุมชมวิวไว้เป็นความทรงจำ
ฤดูหนาวเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ ราว 11:00 ในวันที่ฟ้าแจ่มใส
สอดมือไว้ในกระเป๋า แล้วมองทะเลออกไปไกล
ฉันจอดรถสีแดงไว้ที่ลานจอดรถ Sōzō no Mori Yokoyama แล้วเดินไปจุดชมวิว Yokoyama ระหว่างทางก็ขยับผ้าพันคอให้ชิดคอเสื้อโค้ต แต่พอถึงระเบียง สิ่งแรกที่ดึงสายตากลับเป็นทะเลไกลๆ หลังแนวป่ากับเวิ้งน้ำออกไป มองเห็นเส้นขอบฟ้าชัดเจน ตั้งใจจะเริ่มชมจากอ่าวใกล้ๆ แท้ๆ แต่สายตาฉันกลับไปหยุดอยู่ตรงจุดที่ไกลที่สุดก่อนเลย
ฉันยืนเท้าชิดกัน แล้วสอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ต ไม่ได้ถืออะไรเลย แค่มองวิวตรงหน้าเท่านั้น พอคิดว่าหลังเส้นขอบฟ้าในวันที่ฟ้าใสของฤดูหนาวยังมีทะเลทอดต่อไป หัวใจฉันก็เหมือนกว้างขึ้นตามไปด้วย ทั้งที่เมื่อกี้ยังเดินอยู่แท้ๆ แต่ตรงนี้กลับอยากยืนนิ่งๆ ต่อ
ได้ยินมาว่าฤดูหนาวที่ Yokoyama แทบไม่มีน้ำค้างแข็งหรือหิมะ ส่วนภูเขาด้านหลังจุดชมวิวก็ดูเหมือนจะช่วยบังลมเหนือที่หนาวเย็นไว้ คงเพราะอย่างนั้น บนระเบียงถึงสงบกว่าที่คิด มือในกระเป๋าก็ยังไม่เย็นไปหมด ไม่คิดเลยว่าจะมีจุดชมทะเลฤดูหนาวที่เหมาะขนาดนี้ มือที่เมื่อกี้ดึงผ้าพันคอเข้าหาตัวก็ขยับเข้าไปพักอยู่ในกระเป๋าอย่างสบายๆ ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
พอเบนสายตาจากทะเลไกลๆ กลับมา ก็เห็นทางน้ำใกล้ๆ แทรกอยู่ระหว่างต้นไม้ ฉันลองมองจากตรงนั้นไปยังผืนน้ำถัดไป แล้วต่อไปถึงด้านในสุด จนรู้สึกว่าเส้นขอบฟ้าที่เห็นเมื่อกี้เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว แม้ในฤดูหนาวป่าก็ยังเขียวอยู่ แนวแบ่งระหว่างแผ่นดินกับทะเลซ้อนทับกันหลายชั้น มองทั้งใกล้ทั้งไกลจนยังดูวิวตรงหน้าไม่จบง่ายๆ เลยนะ
ฉันคิดจะหยิบมือถือออกมาถ่าย แต่ก็ปล่อยมือไว้ในกระเป๋าต่อ ตอนนี้อยากมองความกว้างตรงหน้าโดยไม่ต้องถืออะไรไว้ พื้นไม้ใต้รองเท้าบูตอยู่ตรงนี้ ส่วนหลังราวกันตกออกไปเป็นป่ากับอ่าว ฉันค่อยๆ เลื่อนสายตาจากจุดที่ยืนอยู่ไปจนถึงทะเลไกลๆ ราวกับกำลังทำความเข้าใจระยะทางทั้งหมด
หลังยืนชมวิวอยู่พักใหญ่ ฉันถึงยอมเอามือออกจากกระเป๋าแล้วเริ่มเดินเสียที ทริปแวะชมวิวในฤดูหนาวทำให้ช่วงที่หยุดมองยาวนานกว่าที่คิด ถ้าจะแวะพัก ฉันก็อยากชิมเค้กในโหลของ Mirador Shima ด้วย พอนึกถึงเวิ้งน้ำที่เพิ่งชมไป ก็อยากเลือกของหวานขึ้นมาเลย
ระหว่างเดินกลับไปที่รถ นกตัวเล็กๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วพลางขยับไปตามกิ่งไม้ในป่าที่ Sōzō no Mori ได้ยินมาว่าในป่าฤดูหนาว นก Mejiro, Enaga และ Kogera จะรวมฝูงกัน ฉันหยุดอยู่ใกล้ศาลาพัก แล้วมองส่งนกเหล่านั้นจนบินผ่านไปหมด ระหว่างใบไม้สีเขียวเข้มยังมีดอก Yabutsubaki โผล่มาให้เห็นแวบหนึ่งด้วย
แม้เดินกลับไปที่รถแล้ว เส้นขอบฟ้าที่เห็นเป็นอย่างแรกก็ยังติดอยู่ในความคิด ฉันชอบทางน้ำใกล้ๆ เหมือนกัน แต่ฤดูหนาวนี้อยากกลับมาชมวิวไกลๆ ตรงนั้นอีก วันไหนฟ้าใสแล้วแวะมาอีก ฉันจะเผื่อเวลาให้ตัวเองยืนชมบนระเบียงนานขึ้น อยากกลับมาสัมผัสช่วงเวลาเงียบๆ ที่ยืนมองวิวพร้อมสอดมือไว้ในกระเป๋าอีกครั้ง
เนื้อเรื่องเป็นเรื่องแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่นี้ โปรดตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการหรือเว็บไซต์ข้อมูล
ภาพของสถานที่นี้4 ภาพ
-
เมือง Shima จังหวัด Mie · ฤดูใบไม้ผลิ
-
เมือง Shima จังหวัด Mie · ฤดูร้อน
-
เมือง Shima จังหวัด Mie · ฤดูใบไม้ร่วง
-
เมือง Shima จังหวัด Mie · ฤดูหนาว
ของอร่อยที่อยากชิมระหว่างเที่ยว
ซอฟต์ครีมที่ Mirador Shima
ที่ Mirador Shima บนระเบียงคาเฟ่ Tenkū ของจุดชมวิว Yokoyama มีซอฟต์ครีมให้ชิม ฉันค่อยๆ ลิ้มรสคำเย็นๆ แล้วกลับไปไล่สายตาตามเวิ้งน้ำของอ่าวอีกครั้ง ฉันเลยอยากค่อยๆ เพลิดเพลินกับทั้งวิวและของว่าง
สิ่งที่อยากชมที่นี่
อ่าว Ago ที่มีเกาะกับคาบสมุทรสลับซับซ้อน
จากจุดชมวิว Yokoyama มองเห็นเกาะเล็กๆ และคาบสมุทรในอ่าว Ago ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ชวนให้ลองหาเส้นทางน้ำจากบริเวณใกล้ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่อยู่ไกลออกไป
เดินเล่นไปยังระเบียง Komorebi
เดินจากระเบียงคาเฟ่ Tenkū ไปประมาณ 1 นาที ก็จะถึงระเบียง Komorebi ที่มีต้น Keyaki กับ Sudajii ล้อมรอบ ฉันมองอ่าวผ่านกิ่งไม้ แล้วชวนเพื่อนช่วยกันมองหาแนวเวิ้งน้ำที่ต่างจากมุมบนระเบียงเมื่อกี้
ข้อมูลเส้นทางและพื้นที่
เส้นทางเดินชมจุดชมวิว Yokoyama (เริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว)
- ระยะทางเส้นทางเดินวน
- 3km
- ระดับความสูงของ Yokoyama
- 203m
เส้นทางเดินวนที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นนำเสนอไว้ ผ่านระเบียงคาเฟ่ Tenkū จุดชมวิวบนสันเขา และลานหญ้า เวลาได้พักจากการขับรถ ฉันก็อยากหาโอกาสเดินชมเส้นทางนี้ด้วย
ระยะทางเป็นค่าประมาณของเส้นทางเดินจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ส่วนระดับความสูงเป็นค่าของ Yokoyama เอง ลองแยกดูจากระยะทางเที่ยวเดียวไปยังระเบียงและระดับความสูงของระเบียงนะ
บทความเกี่ยวกับจุดหมายอื่น ๆ
ถ้าชอบบทความนี้ ลองอ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่อื่น ๆ ต่อได้เลยนะ ทุกแห่งฉันกลับไปเยือนซ้ำหลายครั้งในคนละฤดูกาลกัน
แผนที่และแหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลทางการที่ใช้อ้างอิง
- Kanko Mie (ข้อมูลจากการสำรวจจุดชมวิว Yokoyama) (เปิดในแท็บใหม่)
- Ise-Shima Tourism Navi (บทความแนะนำจุดชมวิว Yokoyama) (เปิดในแท็บใหม่)
- กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น (เส้นทางเดินจุดชมวิว Yokoyama) (เปิดในแท็บใหม่)
- Mirador Shima (เมนูทางการปัจจุบัน) (เปิดในแท็บใหม่)
- กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น (จุดน่าสนใจตามฤดูกาลของ Yokoyama) (เปิดในแท็บใหม่)
- Kanko Mie (จุดชมวิว Yokoyama และระเบียงคาเฟ่ Tenkū) (เปิดในแท็บใหม่)